การผลิตกระเป๋าผ้าแบรนด์ตัวเองเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เริ่มต้นได้ไม่ยาก แต่การแข่งขันสูงขึ้นทุกปีค่ะ เพราะแนวคิดรักษ์โลกยังคงถูกส่งเสริมให้แบรนด์ และผู้ค้าขายต่างๆในตลาดทำ โดยเฉพาะในตลาดออนไลน์ เราจะเห็นว่ามีกระเป๋าผ้าราคาถูกๆจากจีน ที่สั่งทำได้เร็ว จำนวนเยอะๆเข้ามาเยอะมาก แต่ในบทความนี้โรงงานรับผลิตกระเป๋าผ้าของเราจะขอแนะนำขั้นตอนการคิด เพื่อสร้างกระเป๋าผ้าส่งเสริมแบรนด์แบบที่ทำให้ขายดีได้ง่ายๆกันค่ะ
หากคุณกำลังหาข้อมูลว่า ทำแบรนด์กระเป๋าผ้าเริ่มยังไง, ต้องเตรียมงบเท่าไร หรือ ออกแบบกระเป๋าผ้าให้ขายดี ต้องคิดเรื่องอะไรบ้าง บทความนี้สรุปให้ครบทั้งภาพรวมการคิด และการออกแบบดีไซน์ ที่ส่งผลต่อยอดขาย เพื่อให้ยอดขายดีจริงๆในปี 2569
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
ทำแบรนด์กระเป๋าผ้าต้องเริ่มต้นยังไง สำหรับมือใหม่ เพื่อให้ขายได้ดี?

1.) เริ่มจาก “กลุ่มลูกค้า” ไม่ใช่เริ่มจากแบบ
คำถามแรกไม่ใช่ “จะทำกระเป๋าทรงไหนดี” แต่คือ “ใครคือคนซื้อ”
การกำหนดกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้คุณเลือกวัสดุ รูปทรง และระดับราคาที่เหมาะสม เช่น
วัยรุ่นสายแฟชั่น → เน้นดีไซน์ สีสัน และความถ่ายรูปขึ้น
พนักงานออฟฟิศ → ต้องการความทนทาน ใส่เอกสารได้ ใส่ของได้เยอะๆ
สายรักษ์โลก → สนใจผ้ารีไซเคิล หรือผ้าแคนวาสธรรมชาติ ผ้าที่ย่อยสลายได้
ตลาดองค์กร → เน้นงานสกรีนโลโก้ชัดเจน ราคาควบคุมได้กระเป๋าเรียบง่าย แต่โลโก้ต้องชัด
การวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป็นพื้นฐานของการ ออกแบบกระเป๋าผ้าให้ขายดี เพราะดีไซน์ที่ดีต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง
แม้จะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะทราบ แต่บางครั้งเราก็อยากออกแบบไปในแบบที่ชอบจนลืมคำนึงถึงลูกค้าของตัวเอง จึงเป็นส่วนนึงที่ทำให้ยอดขายไม่ดีนักค่ะ
2.) ตั้งราคาขายก่อนเลือกแบบ
หนึ่งในข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักทำ คือ
❌ออกแบบก่อน แล้วค่อยมาคิดต้นทุน❌
จริง ๆ แล้ว วิธีนี้ไม่ได้ผิดเสมอไป
ถ้าดีไซน์นั้นตอบโจทย์ลูกค้าอย่างชัดเจน และคุณมั่นใจว่าตลาดยอมจ่าย เรื่องราคาก็อาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มทำกระเป๋าผ้าแบรนด์ตัวเอง “งบประมาณ” คือสิ่งที่ควรคิดก่อนเสมอ
เพราะถ้าออกแบบไปก่อน แล้วพบว่าต้นทุนสูงเกินงบ สุดท้ายคุณอาจต้องตัดฟังก์ชัน ตัดวัสดุ หรือลดคุณภาพบางจุด
และนั่นทำให้เสียทั้งเวลาและต้นทุนในการแก้แบบใหม่

3.) เลือกชนิดผ้าให้เหมาะกับตลาด และกลุ่มลูกค้า
ตัวอย่างวัสดุที่ใช้บ่อยในการผลิตกระเป๋าผ้า:
ผ้าดิบ (Cotton ดิบ) – ราคาประหยัด เหมาะกับตลาดแมสและของพรีเมี่ยม
ผ้าแคนวาส (Canvas) – หนา แข็งแรง ดูพรีเมี่ยมกว่าเนื้อผ้าอื่นๆ และเป็นผ้า “ยอดนิยม” ในการทำกระเป๋า
ผ้า 600D – ทนทาน เนื้อผ้านี้มีแบบที่สามารถกันน้ำได้
ผ้า 420D – บางแต่ทนทาน รับน้ำหนักได้เยอะ นิยมใช้ทำถุงยังชีพ หรือเป็นผ้าซับใน
ผ้าสปันบอนด์ – เนื้อผ้าโฟลีเอสเตอร์ที่เหนียวทนทาน ราคาถูก เหมาะกับใช้งานอีเว้นท์ที่ต้องใช้จำนวนเยอะแต่งบจำกัด
ผ้ารีไซเคิล (Recycled Fabric) – เหมาะกับแบรนด์ที่เน้นภาพลักษณ์รักษ์โลก
การทำกระเป๋าผ้าแบรนด์ การเลือกผ้าไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องภาพลักษณ์แบรนด์ในระยะยาวด้วยจึงต้องเลือกให้ดีก่อนตัดสินใจออกแบบ หรือซื้อ
4.) คำนวณต้นทุน เพื่อไม่ให้ขาดทุน
โครงสร้างต้นทุนโดยทั่วไปประกอบด้วย
- ค่าวัสดุ ค่าตัดเย็บ หรือต้นทุนตัวกระเป๋า
- ค่าสกรีน หรือ ปักโลโก้
- ค่าแพ็กเกจจิ้ง
- ค่าโฆษณาและการตลาด
ผู้เริ่มต้นทำแบรนด์กระเป๋าผ้าควรเผื่อกำไรขั้นต้นอย่างน้อย 40–60% เพื่อรองรับส่วนลด โปรโมชั่น และต้นทุนการตลาดในอนาคต
5.) ทดลองตลาดในจำนวนไม่มากก่อน
อย่าเพิ่งสั่งทีเดียวจำนวน 1,000 ใบ แต่ควรสั่งไปทดลองก่อน
เริ่มต้นจำนวนทดลองตั้งแต่ 100 – 300 ใบ
เพื่อที่หากรูปแบบที่ทำไม่ตรงกลุ่ม ครั้งต่อไปยังสามารถปรับแก้ไขได้
โดยไม่สูญเสียงบประมาณทั้งหมด
ออกแบบกระเป๋าผ้ายังไง ให้ขายได้ดีในปี 2569
เพราะหัวใจของการทำแบรนด์คือ “ดีไซน์ที่ขายได้” ไม่ใช่แค่สวย
1.) วิเคราะห์ตลาดก่อนออกแบบ
ต้องศึกษาพฤติกรรมลูกค้าของตัวเองว่าชอบแบบไหน หรือปีปัญหาอะไรบ้าง โดยสามารถดูได้จากแพลตฟอร์มออนไลน์
เช่น รีวิวใน Shopee หรือ TikTok เพราะรีวิวเชิงลบจะบอกปัญหาที่พบบ่อย ยกตัวอย่าง
- สายสั้นเกินไป
- ไม่มีซิป
- ผ้าบางเกิน
- ทรงย้วย
- สีซีด ไม่สวย
การแก้ปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบ จะช่วยเพิ่มโอกาสขายได้อย่างดีสุดๆแบบที่คุณนึกไม่ถึง

2.) รูปทรงกระเป๋าผ้าที่ขายง่าย
หากคุณเพิ่งเริ่มทำแบรนด์กระเป๋าผ้า ควรเริ่มจากทรงที่คนทั่วไปคุ้นเคยก่อน
Standard Tote | ราคาประหยัด, ใช้ได้ทุกวัน | ทุกเพศทุกวัย
Box Bottom Tote | จุของได้มาก, ตั้งได้,ดูเป็นทรง, เหมาะทำงาน | ผู้ใช้ทั่วไป/ใช้งานจริง/พรีเมียม
Mini Tote | เก๋, ถ่ายรูปง่าย | วัยรุ่น/Gen Z
Shoulder / Crossbody | สะพายง่าย, แฟชั่น | คนเดินทาง/ใช้งานทุกวัน
การเลือกแบบกระเป๋าผ้าควรสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายและงบประมาณการผลิต
3.) ความยาวสายและสัดส่วนของสายกระเป๋า
รายละเอียดที่ถูกมองข้ามบ่อยคือ “สายกระเป๋า”
จากประสบการณ์การผลิตกระเป๋าผ้าของโรงงานรับทำกระเป๋าผ้า Bagscreen นั้น
สายยาวประมาณ 22 นิ้ว เป็นมาตรฐานที่สะพายไหล่ได้พอดี
ส่วนความกว้างสายประมาณ 1.2-1.5 นิ้ว จะช่วยให้ดูแข็งแรงและพรีเมี่ยมขึ้น
ทำไมถึงสำคัญ? เพราะสัดส่วนที่สมดุลช่วยลดโอกาสการคืนสินค้าเนื่องจากสะพายไม่ได้จริง และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
4.) โลโก้ต้องวางให้ถูก แต่ละกลุ่มใช้งานไม่เหมือนกัน
ตำแหน่ง : ของโลโก้ส่งผลต่อความอยากซื้อใช้งาน
• โลโก้ขนาดใหญ่ตรงกลาง → เหมาะกับตลาดแมส ที่ขายโลโก้แบรนด์มากกว่าแบบกระเป๋า สำหรับการโปรโมตโดยเฉพาะ
• โลโก้เล็กมุมล่าง → ให้ความรู้สึกมินิมอล ดูพรีเมี่ยม ใช้งานได้ทุกที่ ไม่ใช่ขายที่แบรนด์แต่เป็นที่ตัวกระเป๋าจริงๆ
สีโลโก้ : ไม่จะจำเป็นต้องหลากหลายสี แต่ต้องเป็นสีของแบรนด์ที่ทำให้จำได้ทันที หรือสีขาว ดำ ที่มินิมอล
รูปแบบการวางอ่านได้ง่ายใน 3 วิ : ฟอนต์ชัดไม่ซับซ้อน จำง่าย มีไอคอนให้จำได้
โลโก้บนกระเป๋าผ้าแบรนด์ที่ดี คือ “โลโก้ที่ดีไซน์สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้า”
โดยหากใครสนใจข้อมูลเรื่องารสกรีน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความนี้ >> งานสกรีนกระเป๋าผ้ามีกี่แบบ? เลือกวิธีไหนให้เหมาะสมกับคุณ
ตัวอย่างการวางโลโก้จากกระเป๋าผ้าแบรนด์ดัง ที่ไม่ต้องเยอะแต่ดูน่าใช้


5.) การเลือกสีให้ขายง่าย ขายดี
- เลือกสีพื้นฐาน เช่น ดำ ครีม ขาว ธรรมชาติ และเอิร์ธโทน เพราะเป็นสีที่ขายได้ง่าย แมตช์เสื้อผ้าได้หลากหลาย
- ส่วนสีสดหรือสีแฟชั่นเหมาะกับตลาดเฉพาะกลุ่ม หากยังไม่แน่ใจ ควรเริ่มจากสีที่ปลอดภัยก่อน แล้วค่อยขยายไลน์สินค้าเมื่อแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก
- ข้อยกเว้นการเลือกใช้สีอื่นนอกจากสีพื้นฐาน คือ เมื่อแบรนด์ หรือสีแบรนด์ของคุณ ถูกจดจำได้แล้ว และมีฐานลูกค้าที่แน่นอนอยู่แล้ว

6. ดีไซน์ต้องขายได้ แต่ฟังก์ชันต้องใช้ได้จริง
ถ้าคุณทำแบรนด์สายแฟชั่นจัดจ้าน
→ ดีไซน์อาจดึงสายตาก่อน แต่ถ้าฟังก์ชันไม่โอ ลูกค้าก็ไม่ซื้อซ้ำ
ถ้าคุณทำแบรนด์สายใช้งานอีเว้นท์/อีโค่/องค์กร
→ ฟังก์ชันมาก่อน 100%
เพราะฉะนั้นควรลองคิดถึงฟังค์ชั่นที่อยากขาย ก่อนเพิ่มลวดลายเข้าไปนะคะ
ยกเว้น! ถ้าคุณต้องการ “ขายที่ลายสกรีน” และออกแบบได้ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ต่อให้กระเป๋าผ้าไม่มีฟังค์ชั่น คนก็ซื้อแน่นอน แถมอาจจะ “ประหยัดงบกว่า” ด้วยนะคะ
สนใจเริ่มต้นผลิตกระเป๋าผ้าแบรนด์ตัวเอง หรือสอบถามข้อมูลก่อนการผลิตสินค้าจริงสามารถติดต่อโรงงานรับทำกระเป๋าผ้าของเราได้ทันทีที่
LINE Official : @anp168
หรือ
โทร : 087 687 5445
